1 / 36

สมุนไพรในครัวเรือน

สมุนไพรในครัวเรือน. วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย. กระเพรา ชื่อวิทย์ Ocimum sanctum, Linn . ชื่อวงศ์     Fam . : MALVACEAE. สรรพคุณ ใบ ใบสดของมัน มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ เป็นยาแก้ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง บำรุงธาตุ ขับผายลม แก้อาการจุกเสียดในท้อง

deon
Download Presentation

สมุนไพรในครัวเรือน

An Image/Link below is provided (as is) to download presentation Download Policy: Content on the Website is provided to you AS IS for your information and personal use and may not be sold / licensed / shared on other websites without getting consent from its author. Content is provided to you AS IS for your information and personal use only. Download presentation by click this link. While downloading, if for some reason you are not able to download a presentation, the publisher may have deleted the file from their server. During download, if you can't get a presentation, the file might be deleted by the publisher.

E N D

Presentation Transcript


  1. สมุนไพรในครัวเรือน วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย

  2. กระเพราชื่อวิทย์Ocimum sanctum, Linn. ชื่อวงศ์    Fam. : MALVACEAE สรรพคุณ ใบ ใบสดของมัน มีน้ำมันหอมระเหยอยู่ เป็นยาแก้ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง บำรุงธาตุ ขับผายลม แก้อาการจุกเสียดในท้อง ให้ใช้ใบสด หรือยอดอ่อน สัก 1 กำมือ มาต้ม ให้เดือด แล้วกรองเอาน้ำดื่ม แต่ถ้าใช้กับเด็ก ทารกให้นำเอามาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำนำมา ผสมกับน้ำยามหาหิงคุ์แล้วใช้ทาบริเวณ รอบ ๆสะดือ และทาที่ฝ่าเท้า แก้อาการปวดท้องของ เด็กได้ และน้ำที่เราเอามาคั้นออกจากใบยังใช้ ขับเสมหะ ขับเหงื่อ

  3. ใช้ทาภายนอกแก้โรค ผิวหนัง กลาก เกลื้อนได้ ใบสดยังนำมาผัด หรือนำมาแกงเป็นอาหาร ได้อีกด้วย สำหรับใบแห้ง ใช้ชงกินกับน้ำ แก้ท้องขึ้น และน้ำมันที่ได้จากใบกะเพรานั้น สามารถยับยั้งการเจริญเติมโตของเชื้อโรคบางชนิด ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางอย่าง และมีฤทธิ์ฆ่ายุงได้ ซึ่งจะมีฤทธิ์ได้นาน 2 ชั่วโมง

  4. กานพลูชื่อวิทย์Eugenia caryophyllus Bullock & Harrisonชื่อวงศ์Fam. : MYRTACEAE ดอกเมื่อตากแห้งแล้วเป็นสีแดงน้ำ ตาล นำมากลั่นใช้  0.12 - 0.3  กรัมหรือ  2 - 5   กรัม จะเป็นยาแก้ท้องขึ้นธาตุพิการขับผายลมในลำไส้ เป็นยาบำรุงและน้ำมันจาก กานพลู ซึ่งกลั่นออกมา ใช้เป็นยาแก้ปวดท้องขับผายลม และใช้สำลีชุบนำมา อุดฟันที่ปวด

  5. ข่าชื่อวิทย์Alpinia nigra(Gaertn.) B.L.Burttชื่อวงศ์Fam. : ZINGIBERACEAE ส่วนที่ใช้เหง้าอ่อนและแก่ สรรพคุณ เหง้าเหง้าแก่นำมาตำให้ละเอียด ใช้ทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ใช้เป็นยารักษาภายนอก หรือจะตำใช้ทำกระ สายเป็นเหล้าโรง ทารักษาอาการคันในโรค ลมพิษ ทาบ่อย ๆ จนกว่าลมพิษนั้นจะหายไป

  6. ขมิ้นชื่อวิทย์urcuma Longa   Linn. ชื่อวงศ์Fam. : ZINGIBERACEAE ส่วนที่ใช้เหง้าที่แก้จัดใช้ทั้งสดและแห้ง เหง้าแห้งนิยมป่นเป็นผง สรรพคุณ ใช้ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ใช้เป็นเครื่องเทศ รักษาแผลในลำไส้ เจริญอาหาร คลายกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ที่เกร็งตัวบรรเทาอาการวิงเวียน ระงับเชื้อ ขับปัสสาวะ ลดไข้ ขับพยาธิ ใช้ภายนอก รักษากลาก เกลื้อน แก้ผื่นคัน หรือโรคผิวหนังอื่น ๆ

  7. ตำลึงCoccinia grandis (l.) Voigt.Fam. :CUCURBITACEAE ส่วนที่ใช้ใบรากและเถา ใบถ้านำใบสดมาจะถอนพิษหมามุ้ยแก้เจ็บ ตาตาฝ้าตาแดงตาแฉะ ใช้เป็นยาเย็นดับ พิษร้อนก็ได้ ทั้งต้น(เถารากใบ) นำมาเป็นยาใช้รักษา แก้โคผิวหนังโรคเบาหวาน แก้หลอดลมอักเสบและลดระดับน้ำตาลในเลือด

  8. พริกไทย Piper  nigrum  Linn.Fam. :PIPERACEAE  เมล็ดรสเผ็ดร้อน แก้ลมอัมพฤกษ์ แก้ลมลั่นในท้อง บำรุงธาตุ แก้ท้องอืดเฟ้อ

  9. มะขามป้อม Phyllanthus  emblica  Linn.Fam. :EUPHORBIACEAE ผลลูกอ่อนบำรุงเนื้อหนังให้บริบูรณ์ กัดเสมหะในคอและให้เสียงเพราะ ลูกแก่ แก้ไข้เจือลม แก้ไอ แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ขับปัสสาวะ ระบายท้อง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต แก้ลม และแก้โรคลักปิดลักเปิด

  10. มะพร้าว Cocos nucifera Linn.Fam. :PALMAE เนื้อขับปัสสาวะ ขับพยาธิ แก้ไข้ แก้กระหายน้ำ เป็นยาระบาย แก้ท้องเสีย แก้พิษ แก้กระหายน้ำ แก้นิ่ว แก้อาเจียนเป็นโลหิต และบวมน้ำ น้ำมันบำรุงกำลัง แก้กลากเกลื้อน แก้โรคผิวหนัง แผลน้ำร้อนลวก น้ำ

  11. แมงลัก  Ocimum  canum  Linn.Fam. :LABIATAE ใบตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำดื่ม เป็นยาแก้หวัด แก้หลอดลมอักเสบ และแก้โรคทางเดินท้องร่วง หรือใช้กากใบที่ตำทาแก้โรคผิวหนังทุกชนิด

  12. สับปะรด Ananas  ccmosus  (Linn.)  Merr.Fam. :BROMELIACEAE ผลแก้ไอแก้เสมหะ ระงับอาการอักเสบ น้ำลายเหนียว ขับปัสสาวะฟอกเลือด แก้บวม และถ้าเป็นผลดิบจะใช้ห้ามเลือด ขับระดูฆ่าพยาธิและถ้าผลสุกใช้ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหารขับเหงื่อบำรุง

  13. กรเจี๊ยบแดงชื่อวิทย์Hibiscus  sabdariffa Linn.ชื่อวงศ์    Fam. : MALVACEAE กลีบเลี้ยงทำให้สดชื่นขับปัสสาวะ ขับน้ำดีลดไข้แก้ไอแก้นิ่วแก้กระหายน้ำ วิธีใช้ โดยใช้ชงน้ำร้อนหรือต้มน้ำกินใช้ที่ตากแห้งแล้วประมาณ 5 - 10กรัม

  14. กระเทียมชื่อวิทย์llium sativum Linn.ชื่อวงศ์Fam. : ALLIACEAE กระเทียมมีรสร้อนสามารถ ลดปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือดได้ ทำให้ลด การอุดตันของเส้นเลือด

  15. ขิงชื่อวิทย์Zingiber  officinals   Roscoe. ชื่อวงศ์Fam. : ZINGIBERACEAE เหง้า ขับปัสสาวะขับลมรักษาอาการท้องอืดแน่น

  16. ตะไคร้ Cymbopogon  citratus(DC.ex  Nees)  Stapf.Fam : GRAMINAE ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลมแก้เบื่ออาหาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่วเป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ

  17. บัวบก Centella  asiatica  Urban.Fam. : UMBELLIFERAE ทั้งต้นใช้รักษาอาการช้ำในเป็นยาบำรุง หัวใจและบำรุงกำลัง รักษาอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้าขับปัสสาวะ

  18. พลู Piper  betle  Linn.Fam. : PIPERACEAE ใบขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด แก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย กระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่า ใช้ภายนอก แก้ปวด บวกฟกช้ำ

  19. ฟักทอง Cucurbita  maxima  Duchesne.Fam. : CUCURBITACEAE เนื้อในของผลฝักทองนั้นจะมีสาร พวก   carotenes  อยู่ ซึ่งสารนี้เมื่อเข้าไปใน ร่างกายแล้วจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ว่า จะอยู่ในรูปของคาวหรือของหวาน เป็นอาหาร เสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี

  20. มะขาม Tamarindus  indica  Linn.Fam. : CAESALPINIACEAE ใบขับเสมหะ ฟอกโลหิต ขับเลือดและลมในลำไส้ แก้บิด แก้ไอ เนื้อในฝักกัดเสมหะ แก้ท้องผูกและแก้กระหายน้ำ

  21. มะระขี้นก Momordica  charantia  Linn.Fam. : CUCURBITACEAE ใบและผลใช้ใบและผลสด นำมาตำให้ ละเอียดแล้ว คั้นเอาน้ำกิน เป็นยาแก้จุกเสียด แน่นท้องขับลมบำรุงธาตุขับลม และเป็น ยาช่วยถ่ายพยาธิ

  22. ยอ Morinda  citrifolia  Linn.Fam. :RUBIACEAE ใบกินแก้กษัย คั้นเอาน้ำสระผมแก้เหา ทาแก้โรคเก๊าท์ และปวดตามข้อของนิ้วมือนิ้ว ผลรสเผ็ดร้อน ช่วยขับลม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ผสมยาแก้สะอึก อมแก้เหงือกเปื่อย ระดูเสีย ฟอกเลือด ขับน้ำคาวปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ตัวเย็น แก้ร้อนในอก แก้อาเจียน และนำมาหมกหรือต้มกินน้ำรับประทานก็ได้

  23. สะเดา Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton.Fam. : MELIACEAE ใบ ใบอ่อน แก้โรคผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย และแก้พุพอง ใบแก่ ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าแมลงศัตรูพืช ก้าน

  24. กระชายชื่อวิทย์Boesecnergia  pandurata (Roxb.)Schltr.ชื่อวงศ์Fam. : ZINGIBERACEAE เป็นยาบำรุงหัวใจบำรุงกำลังแก้ใจสั่นหวิว ขับปัสสาวะพิการ แก้บิดมูก เลือดแก้ปวดมวนในท้อง ท้องเดินให้ใช้หัว หรือเหง้า ปิ้งไฟให้สุกกินกับน้ำปูนใส

  25. กระวาน ชื่อวิทย์momun krevanh Pierreชื่อวงศ์Fam. : ZINGIBERACEAE ผล (เมล็ด)ในเมล็ดจะมีน้ำมันหอมระเหย ประมาณ 3 - 6 % ใช้เป็นยาบำรุงธาตุกระจายโลหิต กระจายเสมหะขับลมผายขับลมและใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหาร

  26. ขี้เหล็กชื่อวิทย์assia  siamea   Britt. ชื่อวงศ์Fam. : CAESALPINIACEAE ใบอ่อน ฝักภายในจะมียาฝาดสมาน(Tannin) ใช้รักษาโรคท้องร่วงและยังมีสารพวกอัลคอลอลอยด์ ที่ช่วยระบายอ่อน ๆดังนั้นเราจึงใช้ฝักขี้เหล็ก ผสมในยาระบายดี เพราะช่วยระบายรู้จักปิดดอกในดอกมีสารอัลคลอลอย์มีคุณสมบัติ ช่วยเป็นยาระบายในตัว

  27. มะนาว Citrus  aurantifolia  Swing.Fam. :RUTACEAE คั้นเอาน้ำกินเป็นยาแก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้เลือดออกตามไรฟันและถ่ายพยาธิ หรือใช้ผลดองเกลือ จนเป็นสีน้ำตาล ใช้เป็นยาขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ

  28. ดีปลี Piper chaba HuntFam. :PIPERACEAE ดอกดอกดีปลีมีรสเผ็ดร้อนและขม นำมา ปรุงเป็นยาธาตุแก้ตับพิการ แก้ท้องร่วง ขับลม

  29. ไฟโตเอสโตรเจน PHYTOESTROGEN

  30. ไฟโตเอสโตรเจน คืออะไร • ไฟโตเอสโตรเจน คือ ส่วนประกอบตามธรรมชาติที่พบได้ในพืช แต่มีคุณสมบัติคล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง ที่เรียกว่า เอสโตรเจน(Estrogen) และจากที่ไฟโตเอสโตรเจนในธรรมชาติเป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหารที่มนุษย์เรารับประทานเข้าไปตามปกติ

  31. แหล่งของไฟโตเอสโตรเจนในอาหาร ไฟโตเอสโตรเจน มี 3 ชนิดหลัก • ไอโซฟลาโวน – พบมากในไม้จำพวกที่มีฝัก ถั่ว (ถั่ว ชนิดเมล็ดแบน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเล็กรูปกลมคล้ายไต ถั่วแขกชนิดเมล็ดแดง และเหลือง ) และในผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (รวมทั้งนม เต้าหู้) • ลิกแนน - พบในผลไม้ ผัก ถั่ว และ เมล็ดข้าว แต่พบมากที่สุดใน oilseeds โดยเฉพาะอย่างยิ่ง linseed (เมล็ดต้นFlax ที่ปอใช้ทำผ้าลินิน). • คิวเมสแทน- พบได้ในอาหารจำพวกเดียวกับลิกแนน แต่พบมากที่สุดในเมล็ดอ่อน (sprouting seeds) ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง พบว่าเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของไฟโตเอสโตรเจน

  32. ปริมาณที่ควรได้รับ ปริมาณไฟโตรเอสโตรเจนที่ควรได้รับจากอาหาร คือ 30 – 50 มิลลิกรัม - นมถั่วเหลือง 250 ซีซี – 15-60 มิลลิกรัม - เต้าหู้ 1 ก้อน (115 กรัม) – 13-43 มิลลิกรัม - โยเกิรต์เต้าหู้ (200 กรัม) – 26 มิลลิกรัม

  33. ธัญพืชเพื่อสุขภาพ

  34. ถั่วเหลือง คุณค่า มีโปรตีน เลซิทิน และกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี1 และบี2 วิตามินเอและอี ซึ่งสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง

  35. ถั่วเขียว เป็นพืชตระกูลถั่ว ที่ให้เมล็ดที่มีเปลือกสีเขียว แต่ เนื้อเมล็ดสีเหลือง คุณค่า ช่วยกระตุ้นประสาท เจริญอาหาร มีแคลเซียมฟอสฟอรัสเหล็ก และแคโรทีน

  36. ถั่วลิสง ( peanut) คุณค่า มีน้ำมันถั่ว โปรตีน วิตามิน ชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย บำรุงสมอง เสริมความจำ

More Related