420 likes | 772 Views
บทนำ บทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจ. อ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา. บทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจ. เศรษฐศาสตร์สาธารณะคืออะไร มุมมองบทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน วิธีการศึกษาเศรษฐศาสตร์สาธารณะ การดำเนินนโยบายที่เหมาะสมของรัฐบาล. เกริ่นนำ : เศรษฐศาสตร์สาธารณะคืออะไร.
E N D
บทนำบทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจบทนำบทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจ อ. สกนธ์ วรัญญูวัฒนา
บทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจบทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจ • เศรษฐศาสตร์สาธารณะคืออะไร • มุมมองบทบาทรัฐในระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน • วิธีการศึกษาเศรษฐศาสตร์สาธารณะ • การดำเนินนโยบายที่เหมาะสมของรัฐบาล
เกริ่นนำ: เศรษฐศาสตร์สาธารณะคืออะไร • รัฐมีบทบาทความสำคัญต่อการดำรงชีพของประชาชนทุกๆ คนในสังคม • นับตั้งแต่เกิดจนตาย การให้บริการสาธารณะต่างๆ • การจัดเก็บภาษีหรือรายได้ โดยมีเป้าหมายแตกต่างกัน • บทบาทรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ • เสริมสร้างประสิทธิภาพการทำหน้าที่ของกลไกตลาด (Efficiency) • สร้างความเท่าเทียมในการกระจายทรัพยากร (Equity) • ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed Economy) • การใช้เครื่องมือกำกับเศรษฐกิจประกอบทั้งการใช้ ราคา vs. การสั่งการ • การสั่งการอาจใช้อำนาจรัฐโดยตรงจากกฎหมาย ระเบียบราชการ หรือการทำงานผ่านรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่เป็นการผลิตโดยหน่วยงานของรัฐ
มุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาล • Mercantilism • Laissez Faire (Adam Smith) • Socialism (Karl Marx, Sismondi, Robert Own etc.) • Keynesian (John Maynard Keynes) • Public Choices
มุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาล • “The role of government is to create an environmentin which the entrepreneur is willing to take risk and be able to get a return on the risk taken.” • George W. Bush • “… the right public policies canfoster an environment that makes strong growth and job creation easier.” • From Kerry and Edwards “Our Plan For America”
แนวทางการศึกษาเศรษฐศาสตร์สาธารณะแนวทางการศึกษาเศรษฐศาสตร์สาธารณะ
แนวทางการศึกษาเศรษฐศาสตร์สาธารณะแนวทางการศึกษาเศรษฐศาสตร์สาธารณะ • เรียนรู้บทบาทภาครัฐในระบบเศรษฐกิจ • เรียนรู้ผลที่เกิดจากการทำหน้าที่ของรัฐ • สามารถประเมินผลที่ได้รับ • เรียนที่จะเข้าใจกระบวนการการตัดสินใจ การเรียนรู้ใช้ทั้ง positive and normative approach
ดุลยภาพเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมดุลยภาพเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคม รูปที่ 1.1 ดุลยภาพตลาด P a S c P1 E P* P2 d D b Q* Q Q*
ดุลยภาพเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมดุลยภาพเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคม รูปที่ 1.1 ดุลยภาพตลาด PM Providing the first unit gives a great deal of surplus to “society.” The surplus from the next unit is the difference between the demand and supply curves. S Social efficiency is maximized at Q*, and is the sum of the consumer and producer surplus. The area between the supply and demand curves from zero to Q* represents the surplus. P* This area represents the social surplus from producing the first unit. D 0 1 Q* QM
PM S สามเหลี่ยมนี้แสดง lost surplus ต่อสังคม หรือที่เรียกว่า “deadweight loss.” social surplus จาก Q’ คือ พื้นที่นี้larger consumer and smaller producer surplus. P* การคุมราคาทำให้ปริมาณลดเหลือ Q´, และมี Excess Demand P2 D Q´ Q* QM
First Fundamental Theorem of Welfare Economics คำถามคือปัจจัยอะไรทำให้เกิดการไม่ได้ดุลยภาพขึ้นได้ ซึ่งได้แก่ “การล้มเหลวของตลาด” • ภายใต้ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เมื่ออุปสงค์มวลรวมเท่ากับอุปทานมวลรวม สวัสดิการสังคมจะสูงที่สุด จากรูปที่ 1.1 คือที่จุด E • ตำแหน่งใดๆ ที่นอกเหนือจากจุดการบริโภคที่ Q* จะทำให้สวัสดิการสังคมทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานต่ำกว่า E • นอกจากนี้การไม่อยู่ในดุลยภาพทำให้เกิดปัญหา deadweight loss กับสังคมขึ้นด้วย อันเป็นผลจากการที่มีการจัดสรรทรัพยากรใหม่เกิดขึ้น • การดำเนินนโยบายของรัฐบาลจึงต้องพิจารณาผลที่เกิดกับการสูญเสียของ consumer surplus และ supplier surplus ว่าเป็นอย่างไร โดยการกระจายผลที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลในสังคม ตัวอย่างการมีการควบคุมราคา (price Control) ที่ P2เกิด deadweight loss เท่ากับ P2 dEP* ซึ่งเกิดจากการควบคุมราคาทำให้เกิดการปริมาณที่สามารถนำไปใช้บริโภคได้ ความล้มเหลวของตลาดที่ประกอบทั้ง สินค้าสาธารณะ การผูกขาด externalities ข้อมูลข่าวสารไม่สมบูรณ์ disequilibrium
เงื่อนไขการได้ First Fundamental Welfare Condition ส้ม ส้ม j3 i3 j2 i2 j1 i1 เป็นเงื่อนไขที่เกิดจากากรแลกเปลี่ยนในระบบเศรษฐกิจที่อาศัยกลไกตลาด ที่ผู้บริโภคมีความพอใจของตนเอง และนำมาแลกปลี่ยนกันและกัน ที่นำไปสู่ welfare ที่ดีขึ้น หรือ ประสิทธิภาพสูงสุด (Pareto Optimality) ทุเรียน ทุเรียน 0 0 Utilities ของ นาย ก. Utilities ของ นาย ข.
ส้ม: o เงื่อนไขการได้ First Fundamental Welfare Condition ส้ม j3 i3 j2 i2 j1 i1 ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวผู้บริโภคแต่ละคนมีความพอใจตาม utility function หรือ indifference curve ของตนเอง โดยเส้น indifference curve มี slope คือ MRS = Pd /Po ของแต่คน ทุเรียน: d ทุเรียน 0 0 Utilities ของ นาย ก. Utilities ของ นาย ข.
Utilities ของ นาย ข. ทุเรียน 0 ส้ม C B A ส้ม 0 ทุเรียน Utilities ของ นาย ก.
Utilities ของ นาย ข. ทุเรียน 0ข ส้ม C D B A ส้ม 0ก ทุเรียน Utilities ของ นาย ก.
Utilities ของ นาย ข. ทุเรียน 0ข ส้ม C D เส้น Oก และ Oข แสดงที่เรียกว่า Contract Curve คือเส้นที่บอก ถึงประสิทธิภาพสูงสุดจากการแลกเปลี่ยนของบุคคลทั้งสอง ซึ่ง ณ จุดที่มี การแลกเปลี่ยนจะได้เงื่อนไขคือ MRS ของนาย ก. = MRS ของนาย ข.ตามแนว เส้น Oก และ Oข และยังเท่ากับ Pd /Po หรือ เท่ากับ MCd = MC oเพราะการแลกเปลี่ยน ดังกล่าวอยู่ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ส้ม Utilities ของ นาย ก. ทุเรียน 0ก
รูปที่ W.1. เงื่อนไข First Fundamental Welfare กับการผลิต ส้ม 0 g r โดยที่ MRT = MCd /MCo n s MRT m h ทุเรียน 0
เงื่อนไข First Fundamental Welfare Condition • ดังนั้นเงื่อนไข ที่ดีที่สุดหรือมีประสิทธิภาพมากที่ภายใต้ first fundamental condition ทั้งด้านการผลิตและการบริโภคของระบบเศรษฐกิจที่มีการใช้กลไกตลาดที่สมบูรณ์คือ • MRS นาย ก. = MRS นาย ข. = MRT จากการผลิต หรือสัดส่วนของ MC สินค้าที่มีการแลกเปลี่ยน • ซึ่งทั้งหมดนี้คือเงื่นไขของ Pareto Optimality • จากตัวอย่างจะเห็นการแลกเปลี่ยนต่อตามเส้น Contract Curve ที่แสดง ระดับ utilities ของทั้งสองคน ซึ่งสามารถนำมาสร้างเส้น utilities ที่แต่ละระดับการแลกเปลี่ยนของทั้งสองคนได้
นาย ข. Uข E H SW1 G Uก นาย ก.
Second Fundamental Theorem of Welfare Economics • สังคมยอมรับการเปลี่ยนแปลงประสิทธิภาพ หากมีการกระจายทรัพยากรที่เหมาะสมและมีการแลกเปลี่ยนที่เสรี • (Society can attain any efficient outcome by a suitable redistribution of resources and free trade) • ดังนั้นจากการพิจารณารูปที่ 1.1 ต้องดูด้วยว่าการกระจายการบริโภคระหว่างประชาชนเป็นอย่างไร • เป็นผลให้ในความเป็นจริงต้องเผชิญปัญหาการเลือกระหว่าง Equity-Efficiency Tradeoff เสมอ ซึ่งพิจารณาได้จาก Social Welfare Function ที่รวม welfare ของทุกๆ คนเข้าไว้ด้วยกัน
Utilities ของ นาย ข. สินค้าสาธารณะ 0 สินค้าเอกชน C B A สินค้าเอกชน 0 สินค้าสาธารณะ Utilities ของ นาย ก.
นาย ข. Uข E H SW1 G Uก นาย ก.
เงื่อนไข เศรษฐศาสตร์สวัสดิการภายใต้ Second Fundamental Condition • Pareto Optimality ที่จะยอมรับการชอชเยสวัสดิการที่สูยเสียจากความมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยความที่มีสวัวสดิการจากความเท่าเทียมมากขึ้น โดยมีผลลัพธ์ คือ MRSiของทุกๆ คน จะไม่จำเป็นที่ต้องเท่ากันโดย i = ผู้บริโภคทั้งหมด ในที่นี้คือ และ ∑MRSij= MRT
เส้นความเป็นไปได้ในการผลิตสินค้าของระบบเศรษฐกิจเส้นความเป็นไปได้ในการผลิตสินค้าของระบบเศรษฐกิจ Private Goods Y C B A D E X1 X Public Goods
เงื่อนไข เศรษฐศาสตร์สวัสดิการภายใต้ Second Fundamental Condition • อาจสูญเสียการได้ Pareto Optimality เพื่อมุ่งให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้นทำให้ เงื่อนไขการจัดสรรทรัพยากรเปลี่ยนเป็น • MRSiของแต่ละคน ไม่เท่ากันโดย i = ผู้บริโภคทั้งหมด ในที่นี้คือ นาย ก. และ นาย ข. • MRSก + MRSข = MRT
วัตถุประสงค์โดยทั่วไปของการดำเนินนโยบายการคลังวัตถุประสงค์โดยทั่วไปของการดำเนินนโยบายการคลัง • เพื่อให้เกิดผลต่อการทำงานของระบบเศรษฐกิจ • ปรับเปลี่ยนอุปสงค์มวลรวมและอุปทานมวลรวม • แก้ปัญหาความล้มเหลวของตลาด • เพื่อทำให้เกิดสวัสดิการของสังคมที่สูงที่สุด (เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินการทางเศรษฐกิจของรัฐบาล) • สินค้าสาธารณะ (Public Goods) • การผูกขาด (Monopoly) • ผลภายนอก (Externalities) • ตลาดไม่สมบูรณ์ (Imperfect market) • ข้อมูลไม่สมบูรณ์ (Imperfect market) • การไม่มีดุลยภาพ (Disequilibrium)
เป็นความคิดตั้งแต่สมัย Adam Smith ที่สังคมต้องการสินค้าและบริการบางชนิดเช่นสินค้าสาธารณะเพื่อสังคม โดยอาจใช้ทั้งมาตรการทางรายได้หรือรายจ่าย วัตถุประสงค์ของการดำเนินนโยบายการคลัง (แนวคิดเดิม) • การจัดสรรทรัพยากร (Allocation of Resources) • สินค้าสาธารณะ (Public goods) • การทำให้มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค (Macroeconomic Stabilization) • การจ้างงานเต็มที่ • การมีเสถียรภาพของราคา • บัญชีดุลการชำระเงินที่สมดุล • การกระจายรายได้ใหม่ (Income Redistribution) • การขยายตัวเศรษฐกิจ Economic Growth Promotion มีความหมายที่แตกต่างกันระหว่างประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนา โดยในประเทศพัฒนาแล้วจะทำให้ได้ใกล้ full employment แต่ประเทศกำลังพัฒนากำหนดได้ลำบากกว่าด้วยเหตุผลอะไร ความหมายที่แตกต่างกันระหว่างประเทศพัฒนาและกำลังพัฒนา ในประเทศพัฒนาแล้วการกระจายรายได้ทำไห้มีการบริโภคมากขึ้นและการจ้างงานมากขึ้น แต่ประเทศกำลังพัฒนามุ่งเพื่อสร้างความเท่าเทียมและโอกาส Musgrave, Public Finance, 1959
อะไรคือบทบาทที่เหมาะสมของรัฐบาลอะไรคือบทบาทที่เหมาะสมของรัฐบาล • ทางด้านรายจ่าย: รัฐบาลควรผลิตสินค้าหรือให้บริการสาธารณะประเภทใดบ้าง • ทางด้านรายรับ: รัฐบาลจะหารายรับได้อย่างไร
4 คำถามสำคัญของเศรษฐศาสตร์การคลัง • When should the government intervene in the economy? รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไร • Howmight the government intervene? รัฐบาลจะแทรกแซงระบบเศรษฐกิจได้อย่างไร • Whatis the effect of those interventions on economic outcomes? อะไรคือผลของการแทรกแซงของรัฐบาล • Whydo governments choose to intervene in the way that they do? ทำไมรัฐบาลถึงเลือกที่จะแทรกแซงในรูปแบบนั้น
รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรรัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไร • โดยปกติแล้ว ตลาดที่มีการแข่งขันสมบูรณ์จะทำให้เกิด “ประสิทธิภาพ” ในระบบเศรษฐกิจ • เป็นการยากที่จะบอกว่าการแทรกแซงของรัฐบาลเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ โดยปกติมักจะพิจารณาจาก • ความมีประสิทธิภาพ • ความเท่าเทียม
รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรด้านความมีประสิทธิภาพรัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรด้านความมีประสิทธิภาพ • ในระบบตลาดตามปกติ ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพจะเกิดขึ้น ณ จุดที่เส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานตัดกัน • ในแง่ของสินค้าสาธารณะ – การป้องกันประเทศ การทำความสะอาดถนน
รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรความล้มเหลวของตลาดรัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรความล้มเหลวของตลาด • ในปี 2544 มีประชากรมากกว่า 45 ล้านคนหรือ 75 % ของประชากรทั้งหมดที่ไม่สามารถได้รับบริการสาธารณสุขที่เพียงพอ ในปี 2545 รัฐบาลใช้งบประมาณ 32,000 ล้านบาทในการจัดทำโครงการสาธารณสุขให้กับประชาชน • การที่ประชาชนไม่ได้รับบริการสาธารณสุขที่เหมาะสม จะทำให้เกิดผลกระทบภายนอกทางด้านลบขึ้น (negative externalities)จากการเจ็บป่วย แต่ประชาชนอาจจะไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลอื่น
รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรการกระจายรายได้ใหม่รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรการกระจายรายได้ใหม่ • รัฐบาลสนใจทั้งขนาดของก้อนเค้กและขนาดของเค้กที่แต่ละคนในสังคมจะได้ • สังคมมักจะให้ค่าสำหรับการที่คนจนบริโภคเพิ่มขึ้น 1 บาทมากกว่าการที่คนรวยบริโภคเพิ่มขึ้น 1 บาท • การกระจายรายได้ใหม่เป็นการโอนทรัพยากรจากคนกลุ่มหนึ่งในสังคมไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง
รัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรด้านความเท่าเทียมรัฐบาลควรจะเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจเมื่อไรด้านความเท่าเทียม • จากข้อมูลการกระจายรายได้ในประเทศไทย คน 20% รวยสุดของประเทศมีรายได้มากกว่า 50% ของรายได้ทั้งหมดในประเทศ • การกระจายรายได้ใหม่มักจะทำให้เกิดการสูญเสียประสิทธิภาพ • กฎหมายที่เกี่ยวกับการกระจายรายได้ใหม่สามารถทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป เช่น การเก็บภาษีจากคนรวยมากระจายให้คนจนอาจจะทำให้คนทั้งสองกลุ่มนี้ทำงานน้อยลง
วิธีการนำนโยบายการคลังมาใช้วิธีการนำนโยบายการคลังมาใช้ • การจัดสรรทรัพยากรและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ • โดยจัดการเกี่ยวกับโครงสร้างภาษี ราคาของบริการสาธารณะ วิธีการก่อหนี้ สถาบันของรัฐ ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ การจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ การออม การสะสมทุน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ • ความมีเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ (ระยะสั้น-ระยะยาว) • โดยจัดการเกี่ยวกับอุปสงค์มวลรวม การออม ฯลฯ • ความเท่าเทียมและความยากจน • โดยจัดการเกี่ยวกับโครงสร้างภาษี นโยบายรายจ่าย การสร้างระบบโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคม (social safety net)
วัตถุประสงค์ทั่วไปในการนำนโยบายการคลังมาใช้วัตถุประสงค์ทั่วไปในการนำนโยบายการคลังมาใช้ • เพื่อกำหนดการทำงานของระบบเศรษฐกิจ; • การปรับตัวของอุปสงค์มวลรวมและอุปทานมวลรวม • แก้ไขความล้มเหลวของตลาด ตัวอย่าง โครงการประกันสุขภาพทั่วหน้า การลงทุนด้านการศึกษา • เพื่อให้ได้สวัสดิการสังคมสูงสุด (เป็นเป้าประสงค์ประสงค์สำคัญที่สุดของการทำหน้าที่ของรัฐบาล) รัฐบาลไม่อาจจะจำกัดในหน้าที่ด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป
ความมีประสิทธิผลของนโยบายการคลังความมีประสิทธิผลของนโยบายการคลัง การเป็นเครื่องมือในการจัดการทางด้านอุปสงค์ (ระยะสั้น) ซึ่งผลก็ขึ้นอยู่กับ: • การตอบสนองของภาคเอกชน (ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมต่างๆ: การบริโภค การลงทุน การออม การนำเข้า และการส่งออก) • นโยบายในระดับมหภาค: นโยบายการเงินการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน การเคลื่อนไหวของทุน • ปัจจัยภายนอก • ความคาดหวังของสังคมและความน่าเชื่อถือของภาครัฐ
วัตถุประสงค์ของนโยบายการคลัง (แนวคิดใหม่) • รักษาไว้ซึ่งภาวการณ์ของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ (Maintain of competitive economic environment) • รักษาไว้ซึ่งการมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (Maintain of economic stability) • การกระจายรายได้ใหม่ (Income redistribution) • การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environmental protection and preservation) The World Bank, The State in the Changing World:1997
แนวคิด 2 กระแส • การปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน (Market Based Strategy) • รัฐบาลเป็นผู้ให้แนวทาง • สร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้กลไกตลาดทำงานได้ (Create market environment) • การควบคุมโดยตรงจากรัฐบาล (Total government control) • การรวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง (Centralized in decision making) • การมีแผนที่ไม่ยืดหยุ่น (Rigid planning)
องค์ประกอบขององค์กรของรัฐระบบเศรษฐกิจองค์ประกอบขององค์กรของรัฐระบบเศรษฐกิจ • รัฐบาล (กลาง) • รัฐวิสาหกิจ • รัฐบาลท้องถิ่น (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) • เงินกู้ยืม • กองทุนในงบประมาณของรัฐบาล • องค์กรอิสระ
ความล้มเหลวของภาครัฐ (Systematic Failure 0f Government) • ข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมบูรณ์ (limited Information) • เช่นการแจกเบี้ยผู้สูงอายุ การประกันรายได้เกษตรกร • ความสามารถในการควบคุมการตอบสนองของกลไกตลาด (Limited control over private market responses) • ความร่วมมือในการสร้างหลักระกันสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชน • ข้อจำกัดการควบคุมกลไกรัฐ (Limited control over Bureaucracy) • การควบคุมการบุกรุกที่สาธารณะ • ข้อจำกัดในการได้รับการยอมรับจากกระบวนการทางการเมือง (Limited Imposed by Political Process) • การควบคุมการออกกฎหมายตามเป้าประสงค์ของรัฐ เช่นกฎหมายภาษีทรัพย์สิน