340 likes | 608 Views
ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น. ทำไมต้องทำ FTA กับญี่ปุ่น. คู่ค้าอันดับ 1 ของไทย (ตลาดส่งออกอันดับ 2/ นำเข้าอันดับ 1) มูลค่าการค้ากับญี่ปุ่นปี 2549 เท่ากับ 42 พันล้าน US$ ( นำเข้า 25 พันล้าน US$ ส่งออก 16 พันล้าน US$)
E N D
ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่นความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น
ทำไมต้องทำ FTA กับญี่ปุ่น • คู่ค้าอันดับ 1 ของไทย (ตลาดส่งออกอันดับ 2/ นำเข้าอันดับ 1) มูลค่าการค้ากับญี่ปุ่นปี 2549 เท่ากับ 42 พันล้าน US$ (นำเข้า 25 พันล้าน US$ ส่งออก 16 พันล้าน US$) • ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ของไทย โดยสัดส่วนการลงทุน (FDI) ปี 2549 คิดเป็นร้อยละ 43 • ญี่ปุ่นได้ลงนาม / อยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับประเทศในอาเซียน ถ้าไทยไม่ทำจะเสียเปรียบอาเซียนอื่น • FTA ญี่ปุ่น-มาเลเซีย / ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ (มีผลบังคับใช้แล้ว) • FTA ญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ (ลงนามแล้ว รอมีผลบังคับใช้) • FTA ญี่ปุ่น-อินโดนีเซีย / ญี่ปุ่น-บรูไน (เจรจาช่วงสุดท้าย พร้อมที่จะลงนามในปี 2550) • FTA ญี่ปุ่น-เวียดนาม (เริ่มเจรจา คาดว่าแล้วเสร็จปี 2551)
กระบวนการและขั้นตอน JTEPA มีผลใช้บังคับ เข้า ครม. 4 ครั้ง อภิปรายใน สนช. ชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ ฟังความเห็นประชาชน เตรียมการภายใน เพื่อให้มีผลใช้บังคับ ลงนาม 3 เม.ย.2550 เจรจารายละเอียดและยกร่าง ก.ย.2548 - ก.พ.2549 ตรวจร่าง ก.พ.- มิ.ย.2549 เจรจาทางการ ก.พ.2547 -ก.ค.2548 ศึกษาความเป็นไปได้ ก.ย.2545 - พ.ย.2546 หารือเอกชน ชี้แจงสภา ศึกษาวิจัย เผยแพร่ ปชส. ผู้นำเห็นชอบให้คณะทำงานศึกษา 12 เม.ย.2545
เอกสารที่ได้มีการลงนาม • ความตกลง JTEPA • แถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) • ระหว่างผู้นำไทยและญี่ปุ่น • ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยและรัฐมนตรีกระทรวง METI • ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของไทยและญี่ปุ่น • หนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและญี่ปุ่น
สรุปผลการเจรจา ความตกลง JTEPA • การเปิดเสรี • การค้าสินค้า • การค้าบริการ • การลงทุน • การเคลื่อนย้ายของบุคคลธรรมดา • กฎระเบียบ • กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า • ระเบียบพิธีการศุลกากร • นโยบายการแข่งขัน • ทรัพย์สินทางปัญญา • การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ความร่วมมือ ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม; การบริการการเงิน; เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม; การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์; การท่องเที่ยว; การค้าไร้กระดาษ; วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม; การส่งเสริมการค้าและการลงทุน; ความร่วมมือด้านเกษตร ป่าไม้ และประมง; การปรับปรุงบรรยากาศทางธุรกิจ; มาตรฐานการยอมรับร่วมกัน
การค้าสินค้า ตารางข้อผูกพันด้านภาษีของไทย • จำนวนสินค้าทั้งหมด 5,495 รายการ = 99.82 % ของรายการทั้งหมด • มูลค่านำเข้าจากญี่ปุ่นปี 2548 25,951.8 ล้าน USD= 99.98%ของมูลค่ารวม • มูลค่าประหยัดภาษีสำหรับผู้นำเข้าไทย ปีแรก 418 ล้าน USD ปีที่ 11 1,869 ล้าน USD (ตามการคำนวณของ TDRI) • ตารางข้อผูกพันด้านภาษีของญี่ปุ่น • จำนวนสินค้าทั้งหมด 8,612 รายการ = 92.95% ของรายการทั้งหมด • มูลค่านำเข้าจากไทยปี 2548 14,569.7 ล้าน USD= 98.06 % ของมูลค่ารวม • มูลค่าประหยัดภาษีสำหรับผู้นำเข้าญี่ปุ่น ปีแรก 289 ล้าน USD ปีที่ 11 380 ล้าน USD (ตามการคำนวณของ TDRI)
การค้าสินค้า (ต่อ) สรุปการลดภาษีของไทย สรุปการลดภาษีของญี่ปุ่น *** สามารถขอเจรจาสินค้าที่ “ยกออกจากการเจรจา” (Excluded) ได้ *** *** ในปีที่ 10 หรือเร็วกว่า แล้วแต่สองฝ่ายจะตกลงกัน ***
กลุ่มสินค้าสำคัญที่ไทยจะได้รับประโยชน์ สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม / รองเท้า สินค้าเครื่องหนัง สินค้าปิโตรเคมี สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ
สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป (1) ยกเลิกภาษีทันที • กุ้งสด กุ้งต้ม กุ้งแช่เย็น แช่แข็งและกุ้งแปรรูป • ผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน มะละกอ มะม่วง มังคุด มะพร้าว ผลไม้แช่เย็น แช่แข็งหรือแช่ในน้ำตาล • ผักและผลไม้แปรรูป ผลไม้กระป๋อง ลดภาษีแต่ไม่ยกเลิก • ไก่ปรุงสุก ลดจาก 6% เป็น 3% ใน 5 ปี ทยอยลดภาษีเหลือร้อยละ 0 • อาหารทะเลสำเร็จรูป ลดจาก 9.6% เป็น 0 ใน 5 ปี • ปลาหมึกกล้วยแช่เย็น แช่แข็ง ลดจาก 3.5% เป็น 0 ใน 5 ปี • อาหารสุนัขและแมว ลดจากประมาณ 36-60 เยน/กก. เหลือ 0 ใน 10 ปี
สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป (2) โควตาสินค้า • กล้วย ญี่ปุ่นให้โควตาปลอดภาษี 4,000 ตันในปีแรก และทยอยเพิ่มเป็น 8,000 ตันในปีที่ 5 • แป้งมันสำปะหลังแปรรูปที่ใช้ในอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นให้โควตาปลอดภาษีแก่ไทยปีละ 200,000 ตัน • กากน้ำตาล ญี่ปุ่นให้โควตา 4,000 ตันในปีที่ 3 และเพิ่มเป็น 5,000 ตันในปีที่ 4 • สับปะรดสด ญี่ปุ่นให้โควตาปลอดภาษี 100 ตันในปีแรก และเพิ่มเป็น 300 ตันในปีที่ 5
สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม • ยกเลิกภาษีทันที สินค้ารองเท้าและเครื่องหนัง • ยกเลิกภาษีภายใน 7 – 10 ปี (ยกเลิกโควตาให้กับไทยด้วย) (ภาษีตั้งแต่ 3.4-60%) สินค้าปิโตรเคมีและพลาสติก • ยกเลิกภาษีทันที – 6 ปี สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ - ยกเลิกภาษีทันที
ประโยชน์เพิ่มเติมจากความตกลง JTEPA - ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร - • ความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยี • ระบบควบคุม การตรวจและรับรองคุณภาพ • ส่งเสริมการลงทุนในการตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบอาหาร • ปรึกษาหารือเพื่อบ่งชี้และและแก้ไขประเด็นเกี่ยวกับการใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) • ความร่วมมือท้องถิ่น (Local-to-Local Linkage) • เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรและสหกรณ์ของทั้งสองประเทศ • ปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร • ส่งเสริมการตลาดโดยเฉพาะสินค้า OTOP • โครงการส่งเสริมการค้าและการลงทุนเพื่อครัวไทยสู่ครัวโลก (Kitchen of the World)
ประโยชน์เพิ่มเติมจากความตกลง JTEPA - ภาคอุตสาหกรรมไทย - • โครงการความร่วมมืออุตสาหกรรมเหล็กไทย-ญี่ปุ่น • โครงการสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ • โครงการเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน • โครงการเศรษฐกิจสร้างมูลค่า • โครงสร้างหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชน • โครงการความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
เปรียบเทียบความตกลง JTEPA/JMEPA/JPEPA -การเปิดตลาดสินค้า/ความร่วมมือ- ญี่ปุ่นให้ประโยชน์ต่างกันในความตกลง JTEPA/JMEPA/JPEPA • ประโยชน์โดยรวมใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันในสินค้าที่แต่ละประเทศมีศักยภาพ เช่น สินค้าเกษตร ไทยได้ดีกว่ามาเลเซียและฟิลิปปินส์ ในบางรายการ เช่น ไก่สดและไก่ปรุงสุก ผลไม้แช่เย็น แช่เข็ง แป้งมันสำปะหลังดัดแปลง กุ้งต้ม • สินค้าอื่นๆ ที่ไทยมีศักยภาพ เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม/อัญมณี ญี่ปุ่นลดภาษีให้ไทย/ฟิลิปปินส์/มาเลเซีย ทันทีเช่นกัน แต่ฟิลิปปินส์และมาเลเซียก็ไม่ใช่คู่แข่งที่สำคัญไทยในตลาดญี่ปุ่น • แต่ญี่ปุ่นให้ความร่วมมือเกษตรแก่ไทย เน้นเรื่อง SPS เพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น แต่ไม่มีความร่วมมือเกษตรกับฟิลิปปินส์ • มีความร่วมมือกับไทยในเรื่องที่ไทยมีศักยภาพ เช่น เหล็ก สิ่งทอ ยานยนต์ ขณะที่ไม่มีความร่วมมือในลักษณะนี้กับฟิลิปปินส์และมาเลเซีย
เปรียบเทียบความตกลง JTEPA/JMEPA/JPEPA -การเปิดตลาดสินค้า- สินค้าประมง
เปรียบเทียบความตกลง JTEPA/JMEPA/JPEPA -การเปิดตลาดสินค้า- ผักและผลไม้เมืองร้อน
สินค้าที่ไทยได้รับผลกระทบ (เปรียบเทียบกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์) ไทยให้ญี่ปุ่นน้อยมากเมื่อเทียบกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์ • ชิ้นส่วนยานยนต์ • มาเลเซียยกเลิกภาษีในปี 2010 ทุกรายการ • ฟิลิปปินส์ยกเลิกภาษีในปี 2013 ทุกรายการ • ไทยยกเลิกปี 2011 และ 2013 (รายการอ่อนไหว) แต่มีเงื่อนไขเรื่อง OEM • ยานยนต์ • มาเลเซียจะยกเลิกภาษียานยนต์ทุกรายการ ในปี 2015 • ฟิลิปปินส์จะยกเลิกทุกรายการภายในปี 2013 • ส่วนไทยลดภาษียานยนต์มากกว่าหรือเท่ากับ 3,000 ซีซี เหลือ 60% นอกนั้นไม่ลด ให้นำมาเจรจาใหม่
การเปิดเสรีการค้าบริการการเปิดเสรีการค้าบริการ ข้อผูกพันเปิดเสรีของญี่ปุ่น • ให้คนไทยหรือบริษัทไทยเข้าไปตั้งกิจการหรือให้บริการ • เพิ่มจากที่ผูกพันไว้ใน GATS 65 สาขาย่อย • ปรับปรุงจากที่ผูกพันไว้ใน GATS อีกกว่า 70 สาขาย่อย • เป็นการเปิดเสรีเพิ่มในสาขาที่ผู้ประกอบการไทยน่าจะมีศักยภาพ • อาทิ บริการโฆษณา โรงแรม สปา ร้านอาหาร จัดเลี้ยง จัดการประชุม จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม วิศวกรรมโยธา สถาปนิก การสอนรำไทย มวยไทย/ดนตรีไทย/อาหารไทย ซ่อมบำรุงรถยนต์
การเปิดเสรีการค้าบริการ (ต่อ) ข้อผูกพันเปิดเสรีของไทย • ให้ชาวญี่ปุ่นหรือบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาตั้งกิจการเพื่อให้บริการเพิ่มจากที่ผูกพันไว้ใน GATS ใน 14 สาขาย่อย อาทิ เช่น - ที่ปรึกษาด้านการจัดการทั่วไป (เป็นเจ้าของได้ถึง 100%) - บริการจัดการโครงการ ยกเว้นด้านการก่อสร้าง (49%) - ที่ปรึกษาด้านการจัดการด้านทรัพยากรบุคคล (49%) - ที่ปรึกษาการจัดการด้านการผลิต (49%) - ที่ปรึกษาด้านการตลาด (49%) - บริการที่ปรึกษาด้านโลจิสติกส์ (51%) - บริการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ผลิตเองในไทย (60%)
การเปิดเสรีการลงทุน ข้อผูกพันเปิดเสรีของญี่ปุ่น • ให้ชาวไทยหรือบริษัทไทยเข้าไปลงทุนภาคที่ไม่ใช่บริการได้ในทุกสาขา ยกเว้น การผลิตยา น้ำมัน อุตสาหกรรมอวกาศและยานอวกาศ อุตสาหกรรมพลังงาน เหมืองแร่ ประมง เกษตร ป่าไม้ • ไม่ใช้ Performance requirements ในทุกสาขาที่ไม่ใช่ภาคบริการ โดยผูกพันมากกว่าใน TRIMS
การเปิดเสรีการลงทุน (ต่อ) ข้อผูกพันการเปิดเสรีของไทย • ให้ชาวญี่ปุ่นหรือบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนใน 1 สาขา คือ การผลิตรถยนต์ โดยถือหุ้นได้ไม่ถึง (less than) 50% • ไม่ใช้ Performance requirements ในทุกสาขาที่ไม่ใช่ภาคบริการ โดยผูกพันเท่ากับใน TRIMS
การเปิดเสรีการเคลื่อนที่ของบุคคลการเปิดเสรีการเคลื่อนที่ของบุคคล ข้อผูกพันของไทย • สาขาที่สำคัญ • ภาคการผลิตและบริการ จัดบริการ One Stop Service เพื่อความสะดวกในการต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงานและรับที่จะหารือในเรื่องการผ่อนปรนเงื่อนไขการออกและต่อใบอนุญาตทำงานในไทย และเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร ภายใน 2-3 ปีหลังจาก JTEPA มีผลใช้บังคับ สำหรับ นักธุรกิจ/ Intra-corporate transferees / นักลงทุนญี่ปุ่น • บริการคอมพิวเตอร์ ที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการทั่วไป บริการวิศวกรรม บริการโรงแรม บริการร้านอาหาร เปิดให้คนญี่ปุ่นที่มีความรู้ระดับปริญญาตรีหรือมีความเชี่ยวชาญพิเศษ สามารถทำงานได้ โดยต้องมีสัญญาจ้างงานกับบริษัทในไทย • โรงเรียนนานาชาติ สถาบันการศึกษาสายเทคนิค สถาบันอุดมศึกษา การสอนหลักสูตรวิชาชีพหรือหลักสูตรระยะสั้น เปิดให้คนญี่ปุ่นเข้ามาทำงานสอนได้ แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
การเปิดเสรีการเคลื่อนที่ของบุคคล (ต่อ) ข้อผูกพันเปิดเสรีของญี่ปุ่น • สาขาที่สำคัญ • พ่อครัว-แม่ครัวไทย ไม่ต้องจบปริญญาตรี แต่ต้องได้รับการรับรองฝีมือแรงงานจากกระทรวงแรงงานและมีประสบการณ์ทำงานเป็นพ่อครัวในภัตตาคารในไทยอย่างน้อย 5 ปี ซึ่งญี่ปุ่นลดลงให้จาก 10 ปี • คนดูแลผู้สูงอายุ พนักงานสปาไทย ญี่ปุ่นรับจะเริ่มเจรจาภายใน 1-2 ปีหลัง JTEPA มีผลใช้บังคับเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าไปประกอบอาชีพดังกล่าวได้ • ด้านมนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยรวมญี่ปุ่นเปิดให้คนไทยที่มีวุฒิปริญญาตรี เข้าไปทำงานได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นจะรับพิจารณาให้ปริญญาที่ได้รับในไทยเทียบเท่ากับปริญญาที่ได้รับในญี่ปุ่น
ผลของความตกลงในด้านต่างๆผลของความตกลงในด้านต่างๆ ด้านการเปิดตลาดสินค้า ข้อดี • ผู้นำเข้ามีต้นทุนการนำเข้าต่ำลง • ผู้บริโภคซื้อของจากญี่ปุ่นถูกลง/ทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น • ส่งออกเพิ่มขึ้น ข้อเสีย • ผู้ประกอบการเหล็ก รถยนต์ ชิ้นส่วน ต้องปรับตัว
อุตสาหกรรมไทยที่ต้องปรับตัวอุตสาหกรรมไทยที่ต้องปรับตัว เหล็ก / ชิ้นส่วนยานยนต์ • เหล็ก ลดภาษีตามขีดความสามารถในการผลิต และความต้องการเป็นวัตถุดิบ (ลดภาษีทันที / ทยอยลด / ให้โควตา / คงภาษีแล้วยกเลิกใน 6-10 ปี) • ชิ้นส่วนยานยนต์ คงภาษีให้เอกชนปรับตัว (5-10 ปี) เน้นเฉพาะชิ้นส่วนนำเข้าเพื่อใช้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ รถยนต์สำเร็จรูป (CBU) • รถยนต์สำเร็จรูปต่ำกว่า 3,000 ซีซี เจรจาใหม่ใน 5 ปี และลดภาษีรถเกิน 3,000 ซีซี ปีละ 5% จาก 80% เหลือ 60% • เปิดตลาดน้อยมาก เมื่อเทียบกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์
มาตรการเยียวยาสำหรับหากมีการนำเข้าที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายมาตรการเยียวยาสำหรับหากมีการนำเข้าที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย • JTEPA ได้มีข้อบทเรื่องมาตรการปกป้องสองฝ่าย(Bilateral Safeguard) ซึ่งเป็นมาตรการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นและเปรียบเสมือนเป็น Safety Valve ให้กับอุตสาหกรรมไทย โดยหากผลของการลด/ยกเลิก ภาษีศุลกากร ทำให้สินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งจากอีกฝ่ายทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมากจนก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่อุตสาหกรรมภายใน ฝ่ายที่โดนกระทบสามารถระงับการลดภาษี หรือ ขึ้นภาษีได้
การค้าบริการ ข้อดี • เป็นการเปิดเสรีเพิ่มในสาขาที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการของไทยน่าจะมีศักยภาพอาทิ บริการ โฆษณา โรงแรม สปา ร้านอาหาร จัดเลี้ยง จัดการประชุม จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม ที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายไทย วิศวกรรมโยธา สถาปนิก การสอนรำไทย มวยไทย/ดนตรีไทย/อาหารไทย ซ่อมบำรุงรถยนต์ ข้อเสีย • น่าจะมีผลกระทบน้อย เนื่องจากในสาขาที่ไทยเปิดให้ญี่ปุ่นเกินกว่า 49% นั้น ปัจจุบันบริษัทญี่ปุ่นได้เข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ได้ 100% โดยผ่านการขออนุญาตจากคณะกรรมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอยู่แล้ว อาทิ ค้าส่ง ค้าปลีก ซึ่งเป็นบริการเฉพาะสำหรับสินค้าที่ผลิตเองไม่ได้ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป • สำหรับสาขาอื่นๆ เช่น โฆษณา โรงแรม และร้านอาหาร ไม่น่ากังวลเพราะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และผู้ประกอบการไทยค่อนข้างมีศักยภาพในการแข่งขัน
การลงทุน ข้อดี • ญี่ปุ่นจะรับประกันให้บริษัทไทย/คนไทยเข้าไปลงทุนในทุกสาขาการลงทุนที่ไม่ใช่ภาคบริการ (ยกเว้นการผลิต ยา น้ำมัน อุตสาหกรรมอวกาศและยานอวกาศ อุตสาหกรรมผลิตพลังงาน เหมืองแร่ การประมง เกษตร ป่าไม้) • เป็นความตกลงด้านการลงทุนซึ่งครอบคลุมทั้งการเปิดเสรีและการคุ้มครองการลงทุนฉบับแรกที่ไทยมีกับญี่ปุ่น ข้อเสีย • ไทยแทบจะไม่ได้ให้อะไรญี่ปุ่นในชั้นนี้ เนื่องจากในทางปฏิบัติปัจจุบันญี่ปุ่นสามารถเข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ในไทยได้ 100% อยู่แล้ว โดยไม่ต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าวเนื่องจากการผลิตรถยนต์ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของพ.ร.บ. ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว
การเคลื่อนที่ของบุคคลการเคลื่อนที่ของบุคคล ข้อดี • ญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายเงื่อนไขคุณสมบัติในการเข้าไปทำงานของพ่อครัวแม่ครัวไทย โดยลดประสบการณ์ทำงานจาก 10 เหลือ 5 ปี และไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี • ญี่ปุ่นพร้อมจะอนุญาตให้บุคลากรในอาชีพครูสอนนาฏศิลป์ไทย สอนทำอาหารไทย สอนภาษาไทย สอนมวยไทย สอนดนตรีไทย สอนสปาไทย และ spa manager เข้าเมืองและอยู่ทำงานได้หากมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขการเข้าเมืองตามกฎหมายญี่ปุ่น ข้อเสีย • ข้อผูกพันของไทยไม่น่าจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงาน เนื่องจากสิ่งที่ไทยให้ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกในการติดต่อขอ visa และ work permit
มาตรการใช้ประโยชน์และรองรับผลกระทบจากเขตการค้าเสรีมาตรการใช้ประโยชน์และรองรับผลกระทบจากเขตการค้าเสรี • การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อติดตามและส่งเสริมสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากความตกลง JTEPA โดยประกอบไปด้วยผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ความตกลง JTEPA • กองทุนเพื่อการปรับตัวรองรับการเปิดเสรีทางการค้า โดยกองทุนฯ ดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถปรับตัวได้ จากผลกระทบที่เกิดจากการแข่งขันที่เกิดจากการเปิดเสรี โดยจะเป็นความช่วยเหลือระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ จะมีการศึกษาว่า sector ไหนได้รับผลกระทบและควรมีมาตรการใดในการให้ความช่วยเหลือ
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.depthai.go.th/ http://www.mfa.go.th/jtepa/ http://www.dtn.go.th/ http://www.thaifta.com/ Call Center: 1169